เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๘ มี.ค. ๒๕๖๓

เทศน์เช้า วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๓

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

วันนี้วันพระ วันพระ เห็นไหม ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

เวลาผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านมาค้นคว้าของท่าน ท่านพยายามประพฤติปฏิบัติของท่าน แล้วหลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ฝั้น เห็นไหม ท่านปฏิบัติในแนวทางนี้ แล้วท่านมีคุณธรรมในหัวใจ มันมีความสุขในใจ พุทโธสว่างไสว พุทโธผ่องใส พุทโธนำความสุขมาให้ พุทโธนำความสุข พุทโธคือพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานในหัวใจของเรา 

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเทศนาว่าการ วางธรรมวินัยนี้ไว้ วางธรรมวินัยให้เราศึกษา เวลาศึกษา ศึกษามาเพื่อ เพื่อเป็นธรรมโอสถ เพื่อการประพฤติปฏิบัติให้มันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ท่ามกลางหัวใจของเรา 

แต่แต่เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง พระพุทธศาสนาเวลาสอนถึงเรื่องธรรมวินัย คนเราเกิดเป็นมนุษย์มีทรัพย์อันประเสริฐ มีทรัพย์อันประเสริฐ ทรัพย์อันประเสริฐคือชีวิตของเรานี่ไง 

เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึง สอนถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นแก้วสารพัดนึก แก้วสารพัดนึก เวลาแก้วสารพัดนึกนะ ใครนึกได้มากได้น้อยขนาดไหนมันอยู่ที่วาสนาของคน เวลาคนทุกข์คนเข็ญใจ คนต่ำต้อยเราก็อยากประสบความสำเร็จในชีวิต เราอยากจะมีลาภมีสักการะเพื่อดำรงชีพของเรา มันก็เป็นความทุกข์ความร้อนอันหนึ่ง 

เวลาคนที่มีอำนาจวาสนาเกิดมา เขาประกอบสิ่งใดขึ้นมาเขาประสบความสำเร็จของเขา เขามีเงินมีทองของเขา เขาก็มีความทุกข์อันหนึ่ง ความทุกข์ว่าเงินทองเขามากมาย เขาจะเก็บรักษาไว้อย่างไร เขาจะทำประโยชน์ได้อย่างไร เขาก็มีความทุกข์อันหนึ่ง 

เวลาคนเกิดมาถ้ามีอำนาจวาสนา เราเกิดมาแล้วเราเกิดสิ่งที่มีชีวิต สิ่งที่มีชีวิต การครองเรือน การครองเรือนมันเป็นเรื่องแสนทุกข์แสนยาก แสนทุกข์แสนยากเพราะอะไร เพราะการครองเรือน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเปรียบว่า เหมือนวิดทะเลทั้งทะเลเอาปลาตัวหนึ่ง 

การประกอบสัมมาอาชีวะ การกระทำของเราเป็นความทุกข์ความยากทั้งสิ้น แต่ได้มา ได้มาเพื่อครอบครัวของเรา มีความสุขๆ ความสุขในความพอใจของเรานะ มันก็เป็นของเล็กน้อย ถ้าของเล็กน้อยถ้าเราเป็นชาวพุทธ เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ในหัวใจนะ เราจะมีธรรมโอสถ เราจะมียาประจำหัวใจของเรา เพื่อปลอบประโลมหัวใจของเราไม่ให้ทุกข์ ไม่ให้ยากจนเกินไป 

เวลาภัยแล้ง เวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นมา คนเขาต้องมีน้ำใจต่อกัน เขาจะช่วยเหลือเจือจานกัน เวลาคนที่มั่งมีศรีสุขขึ้นมา เวลาอุดมสมบูรณ์ขึ้นมา สิ่งนี้มันเป็นบุญกุศล มันเป็นเรื่องอำนาจวาสนาของประเทศชาติ ที่เกิดมาแล้วมันมีความอุดมสมบูรณ์ของมัน เราก็มีความสุขของเรา เวลามันขาดมันแคลนขึ้นมา เราทุกข์เรายาก เราทุกข์เรายาก ยิ่งทุกข์ยิ่งยากมันยิ่งต้องการธรรมะให้มากขึ้น ให้ธรรมโอสถมากขึ้น เพื่อรักษาดูแลหัวใจของเราไม่ให้มันทุกข์มันยากเกินไป 

ในปัจจุบันนี้ เห็นไหม เวลาเราเป็นโรค โรคทรัพย์จาง โรคทรัพย์จาง โรคทรัพย์จางมันเป็นไปโดยความเสมอภาค มันเป็นไปโดยความเท่าเทียมกัน เวลาเราอยู่ในสังคมเดียวกัน เวลาอัตคัดขาดแคลนมันก็อัตคัดขาดแคลนในสังคมนั้น ในสังคมนั้นใครมีธรรมโอสถในหัวใจขึ้นมา สิ่งที่เยียวยาหัวใจของตน เยียวยาหัวใจของตน ยิ่งถ้าขาดแคลนยิ่งมันทุกข์มันยากขึ้นมา มันยิ่งต้องการสติยิ่งต้องการปัญญา ยิ่งต้องการธรรมะมากขึ้นๆ 

เวลามันอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาๆ ใครๆ ก็ไม่มีความทุกข์มากจนเกินไป สิ่งนั้นมันจะเบาบางก็ได้ สิ่งที่มันเบาบาง เบาบางลง เห็นไหม เวลาเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึงการดับไฟในใจ ดับไฟในใจ เวลาไฟไหม้บ้านไหม้เรือน เห็นไหม เขาต้องเอาอะไรดับ เอาน้ำดับ เขาต้องการน้ำเพื่อดับไฟ ดับไฟ ไฟมันเผาบ้านเผาเรือนมันรุนแรงมา มันมีความทุกข์ความยาก มีความเสียดายทรัพย์สมบัติของเรา 

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เวลาเรามีกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ไฟมันลุกโพลงในหัวใจ มันต้องการธรรมโอสถ ธรรมโอสถเพื่อดับไฟอันนี้ ถ้าดับไฟอันนี้ เห็นไหม  เราขนของจากบ้านเรือนของเราออกมามากน้อยแค่ไหน ก็จะเป็นสมบัติของเรา สมบัติของเรา 

เราทำบุญทำกุศล ทำบุญกุศลนี่ทำไมเป็นโรคทรัพย์จาง เราต้องปากกัดตีนถีบ ทำไมยังต้องทำกุศล ทำกุศล กุศลมันเกิดให้ทำความดีงามในหัวใจอันนี้ กุศล เห็นไหม อนุโมทนาทานไปกับเขา ไปวัดไปวาไม่ต้องขนมามากมามายขนาดไหน เอามาพอเป็นเครื่องแสดงออกของน้ำใจ น้ำใจ มันเป็นการแสดงออกของน้ำใจ น้ำใจของคนที่ยิ่งใหญ่ เขาก็พยายามทำทานที่ประณีตของเขา คนที่ขาดแคลนขึ้นมา ข้าวทัพพีเดียว ขอมีข้าวแค่ถุงเดียวก็พอแล้ว 

สิ่งนี้เพราะอะไร เพราะสิ่งที่เรายิ่งขาดแคลนขึ้นมามันมีคุณค่ากับเราไง ข้าวถุงนี้เพื่อดำรงชีพของเรานะ ถ้าเราเสียสละไปแล้ว วันนี้เราจะเอาอะไรกิน เราจะมีอะไรเพื่อประโยชน์กับชีวิตของเรา แค่ของเล็กน้อย เล็กน้อยเพื่อบุญเพื่อกุศลของเรา 

บุญกุศลเพื่ออะไร บุญกุศล เห็นไหม สิ่งที่มันเป็นความอุดมสมบูรณ์ของสังคม มันเป็นการเจือจานของสังคม สิ่งที่เป็นการเจือจานสังคม สังคมนั้นไว้วางใจต่อกันได้ สิ่งใดมีมากมีน้อยขึ้นมา เรามาแบ่งกันด้วยความเป็นธรรม ด้วยความเป็นธรรม มันอย่างไรเราก็ทุกข์ด้วยกัน เราก็ลำบากลำบนมาด้วยกัน เราจะแบ่งปันกันเพื่อความสามัคคีในธรรมของเรา เพื่อประโยชน์กับเรา 

แล้วถ้ามันถึงเวลาแล้ว ถ้ามันเจริญงอกงามขึ้นมา เราก็ยังจำไว้นะ เราจะแบ่งปันกันอย่างนี้ เราจะไม่แย่งชิงกัน เราจะไม่ทำลายกันโดยกิเลสตัณหาความทะยานอยากของเรา ธรรมโอสถ ยิ่งขาด ยิ่งแคลน ยิ่งทุกข์ ยิ่งยากมันยิ่งมีความจำเป็น 

แต่เวลามันสุข มันสมบูรณ์ของมันแล้วนะ ไอ้นั่นก็มีความจำเป็น แต่ความจำเป็นนี้มันไม่จำเป็นจนต้องมาแย่งชิงกัน นี่พูดถึงว่า ธรรมโอสถขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันมีคุณค่ามาก มีคุณค่ามาก เพราะเราทุกข์เรายากขึ้นมาเราก็เห็นว่าความขาดแคลน ปากกัดตีนถีบเราก็เห็นมันทุกข์มันยาก เวลาอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาเราก็ลืมตัวของเรา 

เวลาครูบาอาจารย์ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านอยู่ในป่าในเขาของท่านไง เวลาทุกข์มันยาก มันขาดมันแคลน มันขาดแคลนอยู่แล้ว เพราะท่านแสวงหาเอง ไม่โทษสังคม ไม่โทษใครทั้งสิ้น คนที่ลืมตัวก็อยู่ในบ้านในเรือนให้เขาอุปัฏฐากอุปถัมภ์ เอ็นดูเขา เอ็นดูเขา จนเอ็นตัวเองขาด ทำสิ่งใดไม่เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา เวลาครูบาอาจารย์ของเราเข้าป่าเข้าเขาไปมันทุกข์มันยากอยู่แล้ว ไปแต่คนทุกข์คนยาก ชาวไร่ ชาวนา ก็บิณฑบาตได้แต่ข้าวเปล่าๆ นั่นน่ะ 

มันทุกข์มันยากอยู่แล้ว เวลามันทุกข์มันยากอยู่แล้ว มันทุกข์มันยากในปัจจัยเครื่องอาศัย เพราะมันขาดมันแคลนของมัน เพราะเราแสวงหาอย่างนั้น เราแสวงหาที่สงบสงัด เราแสวงหาที่วิเวกของเรา เราแสวงหาพอที่ดำรงชีพได้เพื่อเลี้ยงชีพไว้เพื่อการประพฤติปฏิบัติ เวลามันขาดแคลนจากภายนอก อ๋อก็อำนาจวาสนาเราเท่านี้ไง ถ้าอำนาจวาสนาเราเท่านี้ เรามาสติมีปัญญาขึ้นมา เราจะขวนขวายหาสัจจะ หาความจริงในใจของเรา 

ถ้ามันยิ่งอัตคัดขาดแคลนขึ้นมา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงตาพระมหาบัว ครูบาอาจารย์ของเราบอกทุกทีว่า ธรรมจะเกิดในที่อัตคัดขาดแคลน เกิดในที่มันขาดตกบกพร่องนั่นน่ะ เพราะอะไร เพราะมันขาดตกบกพร่อง กิเลสมันดิ้นมันรน มันรู้มันเห็น มันชัดมันเจนขึ้นมา

ไอ้เวลาอุดมสมบูรณ์ กิเลสมันนอนหลับสบาย แหม! ที่นี่ที่สะดวกสบาย ที่เป็นสัปปายะ กิเลสมันนอนฟักอยู่ในใจสบายของมันเลยนะ ครูบาอาจารย์ท่านแสวงหาที่สิ่งนั้น แสวงหาที่ต้องมาตื่นตัว ตื่นตัวในการขวนขวาย ในการกระทำ อำนาจวาสนาเรามีมากน้อยขนาดไหน 

นี่เราได้เกิดเป็นมนุษย์นะ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ พระพุทธศาสนาเวลาสอน สอนตั้งแต่เรื่องทาน เรื่องแบ่งปันกัน เรามีน้ำใจต่อกัน ไม่ให้สังคมมันเดือดร้อน 

เรื่องศีล เรื่องศีลเราต้องการมีรั้วรอบขอบชิดกับหัวใจของเราให้มันเป็นปกติในใจของเรา

มันมีเรื่องภาวนา เวลาภาวนามันอัตคัดขาดแคลนขนาดไหน คนเราเกิดมามีกายกับใจเหมือนกัน มีอาการ ๓๒ เหมือนกัน มีความสุขความทุกข์เหมือนกัน แต่อำนาจวาสนาของคนไม่เท่ากันด้วยอุดมการณ์ ด้วยอุดมการณ์ ด้วยการแสวงหา ด้วยการจะพาใจดวงนี้ให้ข้ามภพข้ามชาติ นี่ทุกข์ภายนอกเลยเป็นของเล็กๆ เลยทุกข์ที่ว่าปัจจัยเครื่องอาศัยมันขาดมันแคลน มันขาดแคลนก็เราหาเองไง เราอยากอุดมสมบูรณ์ก็อยู่ในเมืองสิ บิณฑบาตมาล้นจนไม่รู้จะไปเก็บไว้ที่ไหน แล้วฉันเสร็จแล้วก็นอนเหมือนหมูไง กินแล้วก็นอน กอนแล้วก็นินอยู่อย่างนั้นไง 

แต่อยู่ในป่าในเขามันหิวมันกระหาย มันไม่มีสิ่งใดเลย ยิ่งมันหิวมันกระหายนะ ที่ใดไม่มีความทุกข์ ที่ใดไม่อดไม่อยาก ไม่ทุกข์ไม่ยาก เวลามันอดมันอยาก มันทุกข์มันยากขึ้นมา ความทุกข์อันนี้ขึ้นมา มันปลุกเร้าไง อยากจะเกิดมาทุกข์ๆ ยากๆ อย่างนี้ ทุกภพทุกชาติใช่ไหม บิณฑบาตมาได้แต่ข้าวเปล่าๆ มา ถ้าเกิดมาอีกชาติหนึ่ง บิณฑบาตมามันจะไม่ได้ข้าวเลยไง มันจะได้ปากเปล่าๆ มีแต่ลมนั่นน่ะ วาสนาของคนไง มันเตือนตัวเอง เตือนตัวเราให้มันตื่นตัวขึ้นมา แล้วของแบบนี้ สมณะบิณฑบาตเลี้ยงชีพไว้เพื่อประพฤติปฏิบัติ 

ฆราวาส เห็นไหม เวลาจะกินข้าว ด้วยศักดิ์ศรี ด้วยเกียรติศัพท์ ด้วยตัณหาความทะยานอยาก การใช้ปัจจัย ๔ มันใช้ปัจจัยไม่เหมือนกัน เวลาเราใช้ปัจจัย ๔ ปัจจัย ๔ เพื่อเยียวยาชีวิตนี้ไว้เท่านั้น แล้วเยียวยาชีวิตนี้ไว้เท่านั้น แล้วถ้ามีอุดมการณ์ มีการประพฤติปฏิบัติ มันเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา มันใช้สติปัญญาเข้ามา ไล่เข้ามา ไล่เข้ามา ไม่ส่งออก ไม่คิดฟุ้งซ่านไปข้างนอก ไม่คิดไปถึงอำนาจวาสนา แต่ไม่ได้คิดถึงปัจจุบันนี้เลย ไม่ได้คิดถึงเวลานี้เลย 

เวลานี้เราเป็นอะไร เวลานี้เราเป็นพระ เวลานี้ เห็นไหม เรามาวัดมาวา เวลานี้เราเป็นอุบาสก เราจะขวนขวายหาใจของเรา ถ้าเราเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาขึ้นมา วาสนามีเท่านี้ มีแค่ข้าวเปล่าๆ แล้วถ้าไม่มีบุญกุศลต่อไปมันจะเหลือแต่ลม ไม่มีอะไรเลย แล้วถ้ามีอย่างนี้มันรักษาชีวิตนี้ไว้ แล้วพยายามประพฤติปฏิบัติขึ้นมา สร้างอำนาจวาสนา สร้างบุญกุศลของเราขึ้นมา เวลามันมีสติมีปัญญานะมันหดสั้นเข้ามา หดสั้นเข้ามา 

ความคิดเร็วกว่าแสง มันคิดฟุ้งซ่านไปทั่ว เวลาหดสั้นเข้ามา หดสั้นพลังงานมันหดสั้นเข้ามา จนมาถึงเป็นใจของตน เวลามาถึงเป็นใจของตนนะ พลังงานไม่ส่งออกเลย พุทโธสว่างไสว พุทโธผ่องใส เพราะมันไม่ส่งออกไปข้างนอก มันสะสมตัวมันเองด้วยสติ ด้วยคำบริกรรมของเรา เวลามันสุข มันสงบ มันระงับขึ้นมา สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี จิตของเราที่มันฟุ้งมันซ่าน ที่มันทุกข์มันยากที่เรื่องปัจจัย ๔ อำนาจวาสนา มันเพ้อเจ้อไปตลอด บ้าหอบฟางไง หอบแต่ความคิด หอบแต่กิเลสที่มันดิ้นรน ที่มันปลุกเร้าในใจไง มีสติมีปัญญาของเรา เห็นไหม

เวลาเราใช้สติใช้ปัญญาด้วยคำบริกรรมของเรา มันหดสั้นเข้ามา หดสั้นเข้ามา หดสั้นเข้ามามันก็พอใจแล้วแหละ หดสั้นเข้ามา คนเรามันคิดมาก มันฟุ้งมันซ่าน มันเหน็ดมันเหนื่อยของมัน เวลามันหดสั้นเข้ามามันก็คิดธรรมชาติของมันที่มันคิด แต่เราให้คิดพุทธะ ให้คิดถึงพุทโธ พุทโธ พุทโธ เวลามันสงบหดตัวเข้ามาเป็นตัวของมันเองไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี จิตสงบบนหัวใจของเรา มันมีพื้นฐาน มีสมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงาน ปฏิสนธิจิต จิตตัวนี้ที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เราเข้าไปเห็นสัจจะความจริงในหัวใจของเรา มันมีคุณค่าขึ้นมาตรงนี้ไง นี่แค่สมาธิ ยังไม่ใช้ปัญญาอะไรเลยนะ 

พระพุทธศาสนามหัศจรรย์ขนาดนั้น นี่ทำสมาธิ สมาธิ แค่สมาธิกันก็เอามาต่อรองกัน เอามาค้ำคอกัน เอามาอวดอ้างกัน เอามาเหยียบย่ำทำลายกัน เอามายกตนข่มท่านเพื่อความอหังการไง ทั้งๆ ที่แค่สมาธิ หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดประจำ แค่สมาธิมันยังทำกันไม่ได้เลย แล้วจะคุยเรื่องภาวนา คุยเรื่องภาวนา ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาในพระพุทธศาสนา ปัญญาที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารื้อค้นขึ้นมา มันเป็นภาวนามยปัญญา ปัญญาที่ชำระล้างกิเลสไง 

ภาวนามยปัญญาจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากความสงบระงับ เกิดจากจิตใจที่ไม่มีความคิดฟุ้งซ่าน ที่ความคิดฟุ้งซ่านที่ความคิดมันขับดันออกไปนั่นเป็นสมุทัย สมุทัยคืออวิชชา คือความไม่รู้ในตัวของใจนั้นเอง ในตัวของใจนั้นเองมันมีอวิชชาในใจของมันอยู่แล้ว มันคิดมากน้อยขนาดไหน คิดขนาดไหนมันก็ไปกว้านเอากิเลสมาเผาตัวเราไง แล้วเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ด้วยมีอำนาจวาสนาไง เราก็มีความคิดของเรา ความคิดของเรา 

ความคิดของเราคิดธรรมะ คิดถึงอำนาจวาสนา คิดถึงปัจจัยเครื่องอาศัย คิดไปทั้งหมดเลย ทำดีไม่ได้ดี สรุปลงที่ทำดีไม่ได้ดี เลิกดีกว่า เลิกดีกว่ามันก็เอาแต่กิเลสเผาหัวใจของตน แล้วจะไม่ได้สิ่งใดเป็นประโยชน์กับเราเลย ทั้งๆ ที่การเกิดมาเกิดเป็นอริยทรัพย์ เกิดมามนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาเป็นอริยทรัพย์ ทรัพย์ปัจจัยเครื่องอาศัย ทรัพย์ทางโลกนี้เราก็แสวงหาเพื่อเลี้ยงชีพของเรา ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมาเขาจะเอาอริยทรัพย์ เอาทรัพย์จากภายใน ถ้าพุทโธ พุทโธจนจิตสงบระงับได้ เห็นไหม ถ้าจิตสงบระงับได้ จิตนี้เป็นหนึ่ง 

จิตหนึ่ง เห็นไหม เวลาถ้าคนเรามีอำนาจวาสนาขนาดนั้น แล้วเวลาจะสิ้นชีวิตนั้นไป สิ้นอายุขัยนั้น ถ้าเขาระลึกสิ่งนี้ได้เกิดเป็นพรหม เพราะพรหมเป็นขันธ์ ๑ เทวดาขันธ์ ๔ มนุษย์ขันธ์ ๕ เวลามันเป็นขึ้นไปด้วยอำนาจวาสนามันส่งถึงกันไง ถ้าด้วยบุญด้วยกุศลของคนแตกต่างกันไปไง นี้เราพยายามประพฤติปฏิบัติของเรา ถ้าจิตมันสงบระงับเข้ามา มหัศจรรย์ มหัศจรรย์ในใจของเราเอง มหัศจรรย์ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วมันเลยเชื่อมั่นขึ้นมาถึงการดำรงชีวิต ถึงการดำรงชีวิตของเรา ถึงความเป็นโลกของเราไง 

มนุษย์ถ้าไม่มีศาสนาประจำหัวใจ มันทำลายล้างกันมันยิ่งกว่าสัตว์ สัตว์เวลามันทำร้ายกัน มันทำด้วยเขี้ยวของมัน ทำร้ายกันซึ่งๆ หน้า มนุษย์มีการปลิ้นการปล้อน มันหลอกมันลวง มันพลิกมันแพลง มนุษย์ทำร้ายกันทำลายเพราะขาดธรรม ขาดศีล ขาดธรรมประจำหัวใจของตน ทำให้สังคม เห็นไหม เรรวนไปหมดเลย 

มนุษย์มีศีล ๕ ไม่พูดปด ไม่โกหกปลิ้นปล้อน ไม่หยิบจับของใครที่มีเจ้าของ ไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มสุราเมรัย เงินเหลือแล้ว ถ้าพอเงินมันเหลือ สิ่งที่เงินมันเหลือมันเป็นบุญกุศล กุศลทำต่อเนื่องกันไป อบายมุขไปอบายภูมิ เห็นไหม มีสติปัญญาขึ้นมา เราไม่ไปทำสิ่งนั้น 

ถ้าจิตสงบระงับขึ้นมาแล้วมันเห็นถึงอุดมการณ์ในชีวิต มันเห็นถึงอุดมการณ์ของจิต แล้วสิ่งดำรงชีวิตนี้ ดำรงชีวิตโดยปุถุชน โดยมนุษย์ เพราะเราขาดสติ เวลาสังคมปั่นป่วนรวนเร เราก็เซไปกับเขา แต่ถ้าเรามีสติปัญญาขึ้นมานะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ชัดเจนมาก สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง มันแปรสภาพของมันเป็นยุคเป็นคราว 

เวลาเป็นยุคคราวที่คนบุญมาเกิดไง พระเจ้าตาก รัชกาลที่ ๑ เป็นคนมีบุญมาเกิด คนมีบุญมาเกิดมาเปลี่ยนแปลงสังคม พยายามทำให้ชาติและศาสนามั่นคงขึ้นมา เวลาคนบุญมาเกิดจะทำให้สังคมนั้นสงบสุขร่มเย็น เวลาคนบาปมาเกิด เห็นไหม ทำแต่ความเดือดร้อน ทำแต่สิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยกับพวกเรา เวลาเราเกิดร่วมสมัย เกิดร่วมสมัยไง 

เวลาจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เวลาการเกิด การเกิดเขาเรียกสภาคกรรม สภาคกรรมคือกรรมสภาวะของส่วนร่วม ของสังคมที่ทำแต่สิ่งที่ผิดพลาดกันมา เช่น สภาวะความแวดล้อม ถ้าเราช่วยกันรักษา ช่วยกันดูแลขึ้นมา สภาวะแวดล้อมกลับมาดีงามขึ้นมา แต่ก็มีคนคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์อย่างนั้น มันจะทำสิ่งนั้นด้วยผลประโยชน์ส่วนตนของเขา ทำลายสภาวะแวดล้อมนั้นๆ สภาวะแวดล้อมก็มีความเสื่อมโทรมไปเป็นเรื่องธรรมดา 

แต่เวลาคนจิตใจที่เป็นธรรม เป็นธรรม คนจิตใจที่ดีงาม เห็นไหม เขาพยายามช่วยเหลือ พยายามจุนเจือค้ำจุนสภาวะแวดล้อมขึ้นมา สภาวะแวดล้อมก็สังคมนั้นเป็นผู้ที่อยู่อาศัย เวลาน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ อากาศเป็นพิษขึ้นมาคนจะมีแต่โรคภัยไข้เจ็บทั้งสิ้น ถ้ามันทำความดี ทำความดี เวลาคนบุญมาเกิดเป็นผู้นำที่ดีงาม พวกเราก็เห็นดีเห็นงามทำกันไปทั่ว ร่มเย็นเป็นสุขอย่างนั้นน่ะ มันอยู่ที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เราถึงพยายามทำคุณงามความดีกัน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนอย่างนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนถึงวัฏฏะ ถึงอดีตชาติ อดีตชาติตั้งแต่พระเวสสันดรไปเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่ได้มาตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังต้องเวียนตายเวียนเกิดต่อไป ฉะนั้น การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันถึงเป็นสัจจะเป็นความจริง ของมันมีอยู่นั้น เพียงแต่ว่าเราเกิดมาในวัฏฏะนี้ เกิดมาในสภาวะของความเป็นมนุษย์นี้ 

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึงหัวใจของเรา เราพยายามศึกษา พยายามค้นคว้าแล้วทำนะ เป็นประเพณีไง เวลาไปวัดไปวาก็เป็นประเพณีไปวัด ถ้าคนจิตใจอ่อนแอ ยังไม่ได้ถวายสังฆทานเลย ยังไม่ได้ถวายข้าวพระเลย ก็รอจนครึ่งวัน 

แต่ถ้ามันเป็นพระปฏิบัติ เวลาไปวัดไปวาแล้ว เรามีเจตนามาตั้งแต่บ้านแล้ว เราถวายไปด้วยนะ ทำบุญทิ้งเหวไง ไม่ติด ไม่ข้อง ไม่แวะกับมันไง เราทำสิ่งใดแล้วมันเรียบง่ายไง แล้วเรียบง่ายแล้วให้ผลเป็นจริงเป็นจังกับเราไง ถ้าผลเป็นจริงเป็นจังตรงไหน เป็นจริงเป็นจังกับหัวใจของเราไง เออ! มันสะดวก มันสบาย มันไม่วุ่นวาย มันไม่ฉอเลาะ ไม่มีการเกี่ยงงอนต่างๆ เราทำเพื่อหัวใจของเรา ฝึกหัด 

อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา ไม่คบคนพาล ไม่คบอารมณ์ที่เป็นพาล เราคบบัณฑิต คบแต่ความคิดที่ดีงาม ความคิดที่ดีงาม 

พาลภายนอก พาลภายใน พาลภายนอกก็มนุษย์สังคม พาลภายในคือกิเลสตัณหาความทะยานอยากของเรา เราพยายามหลีกเลี่ยง พยายามค้นคว้า พยายามแสวงหา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัยเป็นแก้วสารพัดนึก ให้หัวใจนี้มีอำนาจวาสนามากน้อยแค่ไหน มันก็จะเกาะเกี่ยวแต่ความดีงามที่พอกพูนในหัวใจของตน

ถ้าอำนาจวาสนามันน้อยมันก็ได้แต่เศษ ได้แต่ของเล็กของน้อย ที่มันจะอำนาจวาสนามากน้อยแค่ไหน เราฝึกหัดหัวใจอันนี้ ถ้าหัวใจมโนกรรมมันดีขึ้นมาแล้วนะ เราจะเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บ จะเผชิญกับสิ่งใด เราก็จะกล้าเผชิญหน้ากับมัน แล้วแล้วพาชีวิตเราเล็ดลอดออกไปจากทุกข์จากโศกจากที่มันบีบคั้นหัวใจของเรา เอวัง